ทั้งนี้ จากจำนวนประชากรของโลกกว่า 7.1 พันล้านคน นิตยสารฟอร์บส์ ได้คัดเลือก 71 บุคคล ที่ทรงอิทธิพลที่สุดในโลก โดยมีตัวแปรตั้งแต่ความมั่งคั่ง ไปจนถึงอิทธิพลในระดับสากล ซึ่งประธานาธิบดี บารัค โอบาม่า ได้รับการยกย่องให้เป็นบุคคลที่มีอิทธิพลมากที่สุดในโลก เคียงข้างกับผู้นำระดับโลกที่ติด 1 ใน 10 อันดับแรกอย่าง นางแองเจล่า เมอร์เคล นายกรัฐมนตรีหญิงของประเทศเยอรมนี, นายวลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย, กษัตริย์ อับดุลลา บิน อับดุลลาซิส อัล ซาอุด แห่งประเทศซาอุดิอาระเบีย และนายเดวิด คาเมรอน นายกรัฐมนตรีของอังกฤษ
ด้านนักธุรกิจ ที่ติดอันดับสูงสุดนั้น ได้แก่ บิล เกตต์ ผู้ก่อตั้งบริษัทไมโครซอฟท์ อยู่ในอันดับ 4 นายเบน เบอร์นันเก้ ประธานธนาคารกลางของสหรัฐฯ นายมาริโอ้ ดรากี ประธานธนาคารกลางแห่งยุโรป ซึ่งทั้งหมดนี้ ต่างติด 10 อันดับแรกด้วยกันทั้งสิ้น ขณะที่ 20 อันดับผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในโลกประจำปีนี้ ได้แก่บุคคลต่อไปนี้
ด้านนายไมเคิล โนเออร์ หัวหน้าบรรณาธิการนิตยสารฟอร์บส์ กล่าวว่า รายชื่อในปีนี้ สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงอำนาจของ 2 ประเทศที่มีอิทธิพลที่สุดในโลก อย่าง สหรัฐอเมริกา และจีน ซึ่งในปีก่อนนั้น ประธานาธิบดี หู จิ่นเทา จากสาธารณรัฐประชาชนจีน สามารถครองอันดับที่ 3 บุคคลทรงอิทธิพลมากที่สุดในโลก แต่ปีนี้กลับไม่มีชื่อติดอยู่ในอันดับดังกล่าว เนื่องจากการลงจากอำนาจ มีเพียง นายสี จิ้นผิง ที่รั้งอันดับ 9 แทน
นอกเหนือจากนักธุรกิจและผู้นำของโลกแล้ว ยังมีบุคคลที่มีอิทธิพลต่อประชากรส่วนใหญ่ของโลก อย่าง สมเด็จพระสันตะปาปาเบเนดิกต์ที่ 16 ที่รั้งอันดับ 5 และนายโจอัคควิน กุซแมน โลเอลล่า หรือ เอล ชาโป พ่อค้ายาเสพติดหัวหน้ากลุ่มซินาลาโอ้ ก็ติดอันดับเช่นกัน
ส่วน มาร์ค ซักเคอร์เบิร์ก ผู้บริหารเฟซบุ๊ก ก็กลายเป็นบุคคลทรงอิทธิพลที่มีอายุน้อยที่สุด โดยปีนี้ซักเคอร์เบิร์ก สามารถคว้าอันดับ 25 มาครอง หล่นจาก 10 อันดับแรกเมื่อปีก่อน อันเนื่องจากการขายหุ้น IPO ของเฟซบุ๊ก ที่ไม่คึกคักเท่าที่ควร และ รูเพิร์ต เมอร์ด็อก ประธานบริหารกลุ่ม นิวส์ คอร์ป วัย 81 ปี ก็เป็นบุคคลที่มีอายุมากที่สุดในรายชื่อดังกล่าว และคว้าอันดับที่ 26 มาครองได้สำเร็จ






0 ความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น